เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แดนสรรพสัตว์ในโลกกลางคืน

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แดนสรรพสัตว์ในโลกกลางคืน

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

มีใครชอบดูสัตว์หรือเที่ยวสวนสัตว์บ้าง? เชื่อว่าใครหลายคนจะต้องเคยไปเที่ยวสวนสัตว์สักครั้งในชีวิตแน่นอน ด้วยความที่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของสัตว์ที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา ทำให้มีผู้เข้าเยี่ยมชมมาสวนสัตว์เพื่อศึกษาสัตว์และธรรมชาติของที่นี่ ปัจจุบันมีสวนสัตว์เปิดบริการทั่วประเทศมากมาย และกิจกรรมที่น่าจะเรียกแขกผู้มาเยี่ยมชมได้ดีที่สุดคือการเยี่ยมชมสวนสัตว์ตอนกลางคืน หรือ ไนท์ซาฟารี นี่เอง และแถวๆเชียงใหม่ ก็มีสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อการส่องสัตว์ตอนกลางคืนด้วย วันนี้เราจะมารู้จักกับสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีกัน มาดูกันว่าที่นี่มีอะไรดี ทำไมถึงต้องมาขับรถจากเชียงใหม่เพื่อมาเที่ยวที่นี่ด้วย

ประวัติของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari) เป็นสวนสัตว์เปิดที่ตั้งอยู่ในตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และ ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณด้านหลังทางทิศตะวันตกของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นสวนสัตว์ของรัฐบาล ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 และเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ในระยะเริ่มแรกอยู่ในภายใต้การดูแลขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกในประเทศไทย และถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดพื้นที่ 819 ไร่ ในปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน

ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ในบางบริเวณจะมีการปล่อยสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายให้สามารถเดินและใช้ชีวิตอย่างอิสระ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมและสัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด อาทิเส้นทางระหว่างประตูทางเข้าสวนสัตว์จนถึงทางเข้าอาคารหลัก จะมีการปล่อยเก้งและกวางไว้อยู่ถาวร รวมทั้งในบางช่วงของเส้นทางของในโซนเหนือและใต้

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสวนสัตว์ที่เกิดขึ้นตามแนวคิดของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เขาได้ริเริ่มแนวคิดให้มีการศึกษาเพื่อจัดตั้ง สวนสัตว์กลางคืนเชียงใหม่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ดัง เช่นของประเทศสิงคโปร์ซึ่งประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลก เมื่อมีแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงแจ้งผ่านนายโกสินทร์ เกษทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นเพื่อหาสถานที่เหมาะสมรองรับ ระยะแรกมีผู้เสนอพื้นที่ป่าไม้หลายจุด เช่นบริเวณป่าไม้ในเขตอำเภอดอยสะเก็ด แต่ที่สุดคณะทำงานหาพื้นที่ก็ที่ได้ข้อยุติที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ซึ่งจุดที่ดีที่สุดอยู่ในเขตตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่ดีกว่าสิงคโปร

สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีคำส่งที่ 90/2545 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2545 แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการจัดตั้งสวนสัตว์กลางคืนจังหวัดเชียงใหม่และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (สสค.) และได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2546 อนุมัติงบประมาณโครงการ "เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี" วงเงิน 1,155.9 ล้านบาท ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยเบิกจ่ายงบประมาณ ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมการทหารช่าง

9 กันยายน 2547 สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 224/2547 จัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยมี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นผู้อำนวยการ และให้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เมื่อแรกเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 มุ่งเน้นการให้บริการในตอนเย็นจนถึงกลางคืนและจัดเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกในประเทศไทย แต่ในปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ให้ทุกท่านสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวันตั้งเเต่กลางวันจนถึงเวลากลางคืนและยังเน้นในความเป็น Nature Theme Park ซึ่งจะแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วๆไป โดยเน้นในด้านธรรมชาติวิทยาชีวิตซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากการได้เรียนรู้เหล่าสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดด้วยรถราง (Tram) เปิดโล่งขนาด 50 ที่นั่ง ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ แสง สี เสียง อันสวยงามของน้ำพุดนตรี (Musical Fountain & Water Screen) การแสดง Safari Dancing พบกันประสบการณ์การป้อนอาหารสัตว์อย่างใกล้ชิดที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม กิจกรรม Behind The Zoo สนุกสนานกับเหล่า Big Five ช้าง ฮิปโปโปเตมัส แรด กระทิง ยีราฟ พักผ่อนสบายๆ ท่ามกลางมวลหมู่พรรณไม้ ณ Chiang Mai Night Safari Resort อีกหนึ่งที่พักตากอากาศใกล้เมืองของเมืองเชียงใหม่และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสไม่รู้หน่าย ที่พร้อมคัดสรรไว้คอยต้อนรับการมาเยือนของทุกท่าน

การแสดง Safari Dancing การให้อาหารสัตว์อย่างใกล้ชิดในจุดต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของที่นี่ที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พบกับประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมโดยเฉพาะการได้เห็น และให้อาหารยีราฟในระยะเพียงไม่ถึงหนึ่งเอื้อมมือ กิจกรรม Behind The Zoo สนุกสนานกับเหล่า Big Five ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เริ่มจากการอาบน้ำช้าง ให้อาหารฮิปโปโปเตมัส สัมผัสนอแรด ป้อนอาหารกระทิง และเพลิดเพลินกับการกินอาหารของยีราฟ อิ่มอร่อยกับอาหารหลากรสชาติจากเชฟมืออาชีพ พักผ่อนสบายๆ ท่ามกลางมวลหมู่พรรณไม้ ณ Chiang Mai Night Safari Resort อีกหนึ่งที่พักตากอากาศใกล้เมืองของเมืองเชียงใหม่ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสไม่รู้หน่าย ที่สำคัญเชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังใจกว้างนำสัตว์ป่าหายากมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมตั้งแต่ยังไม่ได้ควักกระเป๋า เช่น สิงโตขาว สัตว์ป่าน่าเกรงขามที่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 200 ตัวในโลกเท่านั้น รวมทั้ง เสือขาว สัตว์ป่าหายากอีกชนิด ที่รอต้อนรับการมาเยือนของทุกผู้คนที่มีหัวใจรักธรรมชาติ ตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าเลยทีเดียว

พื้นที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

1. โซน Savanna Safari  (South Zone)
อาณาจักรของผู้ถูกล่า เป็นส่วนแสดงสัตว์กินพืช สัตว์กีบ และสัตว์แอฟริกาที่หาชมได้ยาก โซนแห่งนี้ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปในบรรยากาศทุ่งหญ้าซาวันนาแอฟริกา ชมสัตว์ประเภทที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น ช้าง ยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปเตมัส กระทิง ละมั่ง เลียงผา แรดขาว วอเตอร์บัค และจามรี  ซึ่งในการท่องเที่ยวในโซนนี้จะเป็นการเดินทางด้วยรถลาก มีลักษณะปิดโล่งเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยรถ 1 ขบวนจะมี 2 ตอน และสามารถบรรจุนักท่องเที่ยวได้ 50 ที่นั่ง พร้อมทั้งผู้บรรยายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีระยะทางกว่า 2,432 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

2. โซน Predator Prowl (North Zone)
จะเข้าสู่เขตพื้นที่ของผู้ล่า ผสมกับการนำสัตว์ผู้ถูกล่ามาไว้ในโซนนี้ ผู้ชมจะได้ผจญภัยไปกับการนั่งรถชมสัตว์ดุร้ายอย่างใกล้ชิด สนุกตื่นเต้นระทึกใจในทุกวินาทีกับภาพชีวิตของสัตว์ป่า อาทิ แร้งดำหิมาลัย สิงโต เสือโคร่ง เสือโคร่งขาว หมีควาย ไฮยีน่า และจระเข้ เป็นต้น พาหนะที่ใช้จะเป็นรถที่มีส่วนเปิดโล่งสู่ภายนอกและมีระบบป้องกันอันตรายจากสัตว์ต่างๆ มีระยะทางกว่า 2,1 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

3. โซน Jaguar Trail (Walking  Zone)
เป็นเส้นทางเดินชมสัตว์ป่าขนาดเล็กอยู่รอบบริเวณ ทะเลสาบ สวอนเลค โซนแห่งนี้มีการจัดสวนไม้ป่า และไม้ดอกที่รายล้อมอยู่ริมทาง และเน้นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับการศึกษาธรรมชาติคือ สวนที่มีสัตว์เป็นองค์ประกอบ รวมทั้งมีสัตว์ต่างๆ 40 กว่าชนิด อาทิ นกฟลามิงโก้ ลิงกระรอก อุรังอุตัง สมเสร็จ 2 ชนิด ฮิบโปแคระ ม้าแคระ คาพิบาล่า วาลาบี หางพู่ แมวดาว เสือโคร่งขาว เสือจากัวร์ และลีเมอร์ เป็นต้น เฉพาะโซนนี้สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน และยังสามารถเข้าชมในช่วงกลางคืนได้อีกด้วยด้วย

สิ่งที่คุณจะได้พบในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

  • ใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่าในยามราตรีบนรถรางนำเที่ยว
  • ตื่นตาตื่นใจไปกับสัตว์กลางคืนหายากมากมายในช่วงพลบค่ำหรือในเวลากลางคืน
  • ชมสัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่มากมายกว่า 1,400 ตัว จากทั้งหมด 134 สายพันธุ์
  • เพลิดเพลินไปกับการแสดงน้ำพุดนตรีและและสื่อผสมบนม่านน้ำภายในสวนสัตว์
กิจกรรมที่น่าสนใจของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

1. กิจกรรมการนั่งรถชมสัตว์กลางคืน (Night safari)
ความจริงแล้วกิจกรรมนี้ มีบริการในเวลากลางวันด้วยนะ เรียกว่า Day Safari หากนักท่องเที่ยวอยากจะสัมผัสบรรดาสัตว์ในยามค่ำคืน ก็มี Night Safari ให้บริการด้วยเช่นกัน เริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 18.50 ถึง 22.00 น. รถจะออกทุกๆ 15 นาที โดยนักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นรถลาก (Tram) เปิดโล่ง จำนวน 50 ที่นั่ง พร้อมด้วยมัคคุเทศก์ที่คอยบรรยายให้ความรู้ไปตลอดทางโดยจะเข้าไปใน Savanna Zone เป็นโซนแรก ซึ่งเป็นส่วนที่นำเสนอเกียวกับสัตว์ในเขตทุ่งหญ้าสะวันนา นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์อย่างใกล้ชิด เช่น ยีราฟ ม้าลาย จิงโจ้แดง ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเป็นส่วนที่นำเสนอประเภทสัตว์กินพืชส่วนใหญ่ต่อจากนั้นไป Predator Zone เป็นโซนที่สอง สัมผัสกับสัตว์นักล่า เสือโคร่งขาว, สิงโต, ไฮยีน่าลายจุด ฯลฯ ในส่วนนี้น่าจะเรียกความตื่นเต้นให้กับคนดูได้ดีทีเดียวทั้งสองโซน ใช้เวลาในการนั่งรถชมประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่ง เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี จะปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 22.00 น. และมีรอบสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คือSavanna Zone เวลา 19.45 น. และเวลา 21.30 น. และ Predator Zone เวลา 20.30 น. และเวลา 22.10 น.

2. การแสดงยามค่ำคืน
การแสดงช้างแสนรู้ การแสดงความสามารถที่น่ารักของ “น้องน้ำหวาน” ช้างแสนรู้ เวลาการแสดง 18.30 น. (งดการแสดงวันพฤหัสบดี) คาบาเร่ต์โชว์ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีขอเสนอการแสดงที่ยอดเยี่ยมโดยนักแสดงของที่นี่ ที่ให้ความบันเทิงทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างตระการตา

3. การแสดงของเสือโคร่งขาว และสิงโต
การแสดงความสามารถของเสือโคร่งขาวและสิงโต ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการเต้นกังนัมสไตล์ กระโดดสูง กระโดดไกล เดินข้ามคน กระโดดทะลุมิติ กับลีลาของผู้ฝึกหรือ Tiger Man ที่ชำนาญ นำแสดงโดย “จัสติน” เสือขาวหิมะ, “เมสซี่” และ “มายา” เสือโคร่งขาว โดยจะจัดแสดงวันละ 2 รอบ คือ เวลา 17.30 น. และ 19.00 น. เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ

4. น้ำพุดนตรี และสื่อผสมบนม่านน้ำ
เป็นน้ำพุดนตรี และสื่อผสมบนม่านน้ำ ที่มีขนาดใหญที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมัน มีความสูงกว่า 12 เมตร กว้าง 20 เมตร โดยน้ำพุดนตรี เปิดให้ชมการแสดงทุกวัน วันละ 2 รอบ ในเวลา 20.00 น. และ 21.10 น. รับรองว่า สวยงาม ยิ่งใหญ่ตระการตา อย่างแน่นอน

ข้อควรรู้ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

1.ไนท์ซาฟารีไม่ได้เปิดเฉพาะกลางคืนเท่านั้น
เวลาเปิดปิด ของไนท์ซาฟารีคือ 11.00 น. – 23.00 น. หรือ 11 โมงเช้า – 5 ทุ่ม โดยในช่วงเช้า(11.00 น เป็นต้นไป) จะเปิดบริการในส่วนของ Jaguar Trail zone หรือ การเดินชมสัตว์ป่าขนาดเล็กอยู่รอบบริเวณ ทะเลสาบ swan lake ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งมีสัตว์ต่างๆ 40 กว่าชนิด เช่น เสือจากัวร์ แมวดาว ฮิบโปแคระ เสือโคร่งขาว ลิงกระรอก อุรังอุตัง และ อื่นๆ รวมถึง สวนไม้ป่า และไม้ดอก รวมถึงสวนสนุก
ส่วนช่วงบ่าย ( 15.00 น. – 16.30 น.) จะเปิดบริการในส่วนของ day safari ซึ่งให้บริการรวมทั้งการนั่งรถชมสัตว์(tram ride) และ การเดินชมสัตว์(Jaguar trail) แต่..แต่..แต่ day safari นั้น เปิดให้บริการนั่งรถชมสัตว์เฉพาะรอบบรรยายภาษาไทยเท่านั้น โดยจะมีรถออกทุกๆ 30 นาที และใช้เวลา 1 ชั่วโมงในแต่ละรอบการนั่งรถ
ในส่วนของ night safari นั้นจะเปิดบริการตั้งแต่ 18.30 น. – 22.00 น. ซึ่งจะคล้ายกับการให้บริการการในส่วนของ day safari คือมีทั้งการนั่งรถชมสัตว์(tram ride) และ การเดินชมสัตว์(Jaguar trail)
โดยการนั่งรถชมสัตว์รอบบรรยายภาษาไทยจะให้บริการทั้งหมด 5 รอบคือ 18.30 น. 19.30 น. 20.30 น. 21.30 น. 22.00 น. ส่วนรอบบรรยายภาษาอังกฤษจะให้บริการทั้งหมด 5 รอบเช่นกันคือ 18.50 น. 19.30 น. 20.30 น. 21.30 น. 22.00 น.

2. นอกจากชมสัตว์แล้ว ยังมีการแสดงและสวนสนุกอีกด้วย
สวนสนุก ได้แก่ สวนสนุกเด็ก(Children world) , สวนสัตว์ดิจิตอล(Digital zoo), ม้าหมุน(carousel) เป็นต้น การแสดง ได้แก่ น้ำพุดนตรี(Musical fountain & Water screen), การแสดงเสือขาว(The tiger show), การแสดงซาฟารี(safari dancing show), การแสดงขบวนพาเหรดสัตว์(NightSafari activities parades), การแสดงนักล่าแห่งรัตติกาล(night predators show) เป็นต้น

3.เด็กชมฟรี ผู้สูงอายุลด 50%
เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี ส่วนเด็กที่มีส่วนสูงเกิน 100 ซม. แต่ไม่เกิน 140 ซม. สามารถซื้อบัตรได้ในราคาเด็ก ผู้ทุพพลภาพ เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พระภิกษุ-สามเณร เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) แสดงบัตรประชาชน ได้รับส่วนลด 50 %

อัตราค่าเข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

ค่าบัตรเข้าชม ช่วงเวลากลางวัน Day Safari ทั้ง 2 โซน
– คนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
– ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก 400 บาท

ค่าบัตรเข้าชม ช่วงเวลากลางคืน Night Safari ทั้ง 2 โซน พร้อมชมการแสดงน้ำพุดนตรี
– คนไทย ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 125 บาท
– ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก 400 บาท

เป็นยังไงกันบ้างครับกับข้อมูลสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่เรานำเสนอให้ น่าไปเที่ยวมากเลยใช่ไหมครับ การเดินทางเพื่อนๆอาจจะไปแท็กซี่หรือนั่งรถแดงไปก็ได้ แต่ถ้าใครขับรถเป็น เราก็อยากแนะนำให้เช่ารถกับสำนักงานรถเช่า ECOCAR สาขาเชียงใหม่ สำนักงานรถเช่าแห่งนี้มีรถให้เลือกขับมากกว่า 600 คัน มากด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปี มีทีมงานมืออาชีพให้คำปรึกษาตลอดการเช่ารถ ราคาเริ่มต้นที่ 856 บาท/วัน เติมน้ำมันให้เต็มถัง นอกจากจะใช้ขับไปเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแล้ว ยังสามารถใช้ขับไปเที่ยวที่ต่างๆทั่วประเทศไทยด้วยนะเออ

Visitors: 532,251