ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วันเดียวเที่ยวแล้วได้บุญ

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา วันเดียวเที่ยวแล้วได้บุญ

มีใครชอบเข้าวัดไปทำบุญกันบ้าง? เชื่อว่าเพื่อนๆสายบุญคงชื่นชอบที่จะไปทำบุญตามวัดวาอารามต่างๆแน่นอน ด้วยความเชื่อทางพระพุทธศาสนาหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม การไปเที่ยววัดเพื่อทำบุญก็เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบนึงที่ได้รับความนิยมพอสมควร แล้วหนึ่งในรูปแบบการท่องเที่ยวสายบุญที่ได้รับความนิยมนั้นก็คือ “การไหว้พระ 9 วัด” นั่นเอง เพราะด้วยความเชื่อที่ว่าหากไหว้พระครบ 9 วัดภายในวันเดียว จะทำให้ได้รับอานิสงส์บุญอย่างแรงกล้า เป็นสิริมงคลของชีวิตที่ยิ่งใหญ่ตามความเชื่อของชาวพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา เป็นทริปที่ยอดนิยมที่สุดในการไปเที่ยวไหว้พระเลยก็ว่าได้ แต่ว่าเราจะเริ่มจากวัดไหนก่อนดี? ไปไหว้วัดไหนบ้าง? ขับรถจะหลงทางไหม? จะไหว้ทันภายในวันเดียวได้หรือเปล่า? วันนี้เราจะมาแนะนำวัดทั้ง 9 ในอยุธยาที่สามารถวางแผนตามเวลาแล้วไปไหว้ได้ครบทันทีในวันเดียวให้ดูกัน

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา ไปที่ไหนบ้างละ

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดใหญ่ชัยมงคล (9.00 น.)
จุดแรกนี้ขอเริ่มที่ วัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งอยู่นอกเกาะเมือง ควรแวะเป็นจุดแรกหากขับรถเข้ามาจากถนนสายเอเชีย เจอวงเวียนวัดสามปลื้มที่มีเจดีย์อยู่ตรงกลาง ให้เลี้ยวมาทางซ้าย ประมาณ 900 เมตรก็จะถึงวัดใหญ่ชัยมงคลอยู่ทางซ้ายมือ วัดใหญ่ชัยมงคล ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสวย แลนด์มาร์คหนึ่งของจังหวัดอยุธยาเลยก็ว่าได้ ขึ้นไปไหว้พระรอบๆ พระเจดีย์ชัยมงคล ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลย ไหว้พระพุทธชัยมงคลในพระอุโบสถ ไหว้พระนอนที่วิหารพระพุทธไสยาสน์  ปิดท้ายด้วยการสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เรียกได้ว่าถ้ามาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วไม่มาที่วัดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงแน่นอน

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดพนัญเชิงวรวิหาร (10.00 น.)

วัดพนัญเชิงวรวิหาร นี้ใกล้กับวัดใหญ่ชัยมงคลแค่ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ออกจากวัดใหญ่ชัยมงคลเลี้ยวซ้ายขับรถลึกเข้ามาตามถนนเดิม วัดพนัญเชิงวรวิหาร อยู่ทางขวามือ วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง ภายในประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต หรือ เจ้าพ่อซำปอกง รับพรจากพระสงฆ์ รับสายสิญจน์ รับการพรมน้ำมนต์ ไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และให้อาหารปลาบริเวณท่าน้ำเป็นการทำทานอีกด้วย หลังจากนั้นตอน 11.00 น. ก็ขับรถเจอวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ขับตรงไป 1 กิโลเมตรก็จะเห็น ตลาดน้ำอโยธยา ทางขวามือ เราก็แวะไปทานข้าวทานอาหารอะไรให้เรียบร้อยเพื่อเติมพลังก่อนเที่ยวต่อไป หรือจะแวะซื้อของฝากและทำกิจกรรมที่ตลาดน้ำก็ได้

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วิหารพระมงคลบพิตร (12.30 น.)
ย้อนกลับไปทางวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม คราวนี้เจอวงเวียนให้เลี้ยวขวา ข้ามสะพานปรีดี-ธำรง (ข้ามแม่น้ำป่าสัก) ตรงไปจนสุดทางเจอสามแยกให้เลี้ยวขวา เจอวงเวียนเล็กๆให้ตรงไป จะเห็นวิหารพระมงคลบพิตรอยู่ซ้ายมือ ติดกับพระราชวังโบราณ วิหารพระมงคลบพิตรนี้ สันนิษฐานกันว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เราเริ่มด้วยนมัสการ หลวงพ่อมงคลบพิตร ต่อด้วยเข้าไปเดินชมพระราชวังโบราณก็ได้ แล้วไปเดินตลาดบริเวณหน้าวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งมีร้านค้าตั้งเรียงรายมากมายหลายร้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิด เช่น ปลาตะเพียน เครื่องจักสาน เครื่องหวาย มีด ผลไม้กวน และขนมชนิดต่างๆ เรียกได้ว่าเรามีเวลาแวะไปทำกิจกรรมอื่นๆได้อีกเยอะเลย

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดพระศรีสรรเพชญ์ (13.00 น.)
วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยู่ใกล้กันกับวิหารพระมงคลบพิตร เดินไปทางขวาของวิหารอีกนิดเดียวเท่านั้น เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งที่สร้างอยู่ในพระราชวังหลวงของพระนครศรีอยุธยาเทียบได้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งกรุงเทพมหานครเลย วัดพระศรีสรรเพชญ์ สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวัง จุดที่น่าสนใจ และสำคัญคือ เจดีย์ทรงลังกา จำนวน 3 องค์ที่วางตัวเรียงยาว ซึ่งบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เป็นจุดที่มีคนนิยมถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดธรรมิกราช (14.00 น.)
ถัดจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วขับรถมาตามถนนอู่ทอง เราจะเจอ วัดธรรมิกราชที่อยู่ทางซ้ายมือ ที่นี่เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จมาฟังธรรมกันประจำในวันพระ และเป็นสถานที่สอบเปรียญธรรมสำหรับพระสงฆ์ในสมัยโบราณอีกด้วย  ที่นี่เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จมาฟังธรรมกันประจำในวันพระ สร้างขึ้นโดย พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง ปัจจุบันยังเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่ จุดเด่นที่สำคัญคือ เป็นวัดที่มีการพบ เศียรพระธรรมิกราช ซึ่งนับเป็นเศียรพระพุทธรูปสำริดที่มีขนาดใหญ่สุด และมีความสำคัญมากที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย


วัดหน้าพระเมรุ (14.30 น.)
ออกจากวัดธรรมมิกราช เลี้ยวซ้ายไปตามถนนไม่เกิน 300 เมตรจะเห็นสะพานข้ามคลองอยู่ขวามือ ข้ามสะพาน ขับไปแค่นิดเดียวเลี้ยวซ้ายก็ถึง วัดหน้าพระเมรุ อยู่ขวามือ  วัดนี้เป็นวัดโบราณวัดเดียวในอยุธยาที่ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาที่สมบูรณ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นวัดที่พม่าเคยใช้ตั้งกองบัญชาการรบ จึงไม่ได้ถูกพม่าเผาทำลาย มาถึงที่นี่อย่าลืมนมัสการ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ พระประธานในอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหล่อสำริดมีความงดงามมาก เป็นอีกหนึ่งวัดที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดเชิงท่า (15.00 น.)
ออกจากวัดหน้าพระเมรุ แล้วเราก็เลี้ยวขวาไปอีกหน่อยก็ถึง วัดเชิงท่า อยู่ซ้ายมือ ห่างกันแค่ 300 เมตรเอง วัดเชิงท่า หรือ วัดติณ หรือ วัดคลัง หรือ วัดโกษาวาสน์ เป็นวัดเก่าที่สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง  ที่นี่เป็นอีกหนึ่งวัดที่ยังมีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ เข้าไปไหว้พระประธานในพระอุโบสถ แล้วสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากนั้นก็เดินชมโบราณสถานต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น ปรางค์ประธาน  มุขปรางค์ วิหาร เจดีย์ราย ศาลาการเปรียญฯ

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดท่าการ้อง (16.00 น.)
ออกจากวัดเชิงท่า ขับต่อไปตามถนนเดิม (ออกจากวัดเลี้ยวซ้าย) ตรงมาประมาณ 160 เมตรจะเจอถนนใหญ่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนนั้น ขับมาประมาณ 250 เมตรจะเจอสามแยกประตูชัย เลี้ยวขวาสู่ถนนอู่ทอง ขับมาเรื่อยๆ เลียบแม่น้ำมาอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตรจะเจอสี่แยก ให้เลี้ยวขวาขึ้นสะพานกษัตราธิราช (ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) ลงสะพานไป 150 เมตรเจอสี่แยกหัวแหลม ให้เลี้ยวขวาเข้าซอย ขับเลียบคลองส่งน้ำไป ขับเข้าไปประมาณ 800 เมตรจะเจอโค้งซ้าย พอหมดช่วงโค้งปั๊บให้สังเกตขวามือให้ดีจะมีซอยทางเข้า วัดท่าการ้อง   วัดท่าการ้อง เป็นวัดที่ทันสมัย ไฮเทค แปลกกว่าวัดอื่นๆ จนเรียกได้ว่าเป็นเอนเตอร์เม้นท์คอมเพล็กซ์ด้านศาสนาเลยทีเดียว ทั้งตุ๊กตาปูนปั้น หุ่นคน หุ่นสัตว์ บางตัวมีกลไกลแมคานิคขยับได้ และเครื่องทำบุญเสี่ยงทายออโตเมติกต่างๆ และที่เด็ดสุดคือ ห้องน้ำติดแอร์ อีกทั้งด้านหลังของวัดท่าการ้องได้จัดให้เป็น ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง ซึ่งเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่นี่มีของกินหลากหลายชนิด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัด ของกินเล่น ราคาของกินที่นี่ราคาก็ไม่แพงอีกด้วย เราสามารถสนุกกับความบันเทิงในวัดพร้อมกับซื้อของกินที่นี่ได้ด้วยนะ

ไหว้พระ 9 วัด อยุธยา
วัดกษัตราธิราชวรวิหาร (17.00 น.)
มาถึงวัดที่ 9 ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายที่เราจะไหว้พระของเรากันแล้ว ออกจากวัดท่าการ้องขับรถย้อนกลับมาทางเดิมที่ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร ที่นี่เป็นพระอารามหลวงเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งนอกเกาะเมืองทางด้านทิศตะวันตก และด้วยทำเลนี้เองพม่าจึงได้ยกทัพมาตั้งที่วัด และใช้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่เพื่อใช้ยิงข้ามแม่น้ำเข้ามาในพระนคร  แวะมาไหว้พระและให้อาหารปลากันได้ พร้อมชมวิว พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย ที่อยู่ฝั่งเกาะเมือง

วิธีเดินทางจากกรุงเทพ ไปไหว้พระ 9 วัด อยุธยา

รถโดยสาร
-รถตู้ : ขาออกจากกรุงเทพฯ ขึ้นรถได้ทั้งหมด 3 แห่ง คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจตุจักร สถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย และสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ (ปิ่นเกล้า) รถโดยสารจะออกทุกๆ 20 นาที ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 – 19.00 น. การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนขากลับออกจากอยุธยา สถานีรถตั้งอยู่ที่ถนนนเรศวร
-รถไฟ : รถไฟไปอยุธยาออกจากกรุงเทพฯ ที่สถานีหัวลำโพงทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 4.20 น. – 10.00 ค่าโดยสารตั้งแต่ 15 บาท ขึ้นไป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

รถส่วนตัว
-เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ต่อมาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 สู่อยุธยา
-ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3111 (ปทุมธานี-สามโคก-เสนา) และจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอเสนาโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3263
-เส้นทางหลวงหมายเลข 306 (ถนน กรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี) จากนั้นเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347

จบทริปกันไปแล้วนะกับการไปไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา อิ่มบุญอิ่มท้องกันไหมเอ่ย เพื่อนๆเมื่อมาถึงอยุธยาสามารถเหมารถตุ๊กหน้ากบเพื่อเที่ยวไหว้พระ 9 วัดได้นะ แต่สำหรับใครก็ตามที่อยากจะเช่ารถขับเอง ขอให้คิดถึงสำนักงานรถเช่า ECOCAR ของเรา ที่นี่บริการเช่ารถขับเองราคาถูก ไม่มีบัตรเครดิตก็เช่าได้ รถของเราทุกคันนั้นมีคุณภาพ อายุการใช้งานไม่ถึง 5 ปี เติมน้ำมันให้เต็มถัง มีทั้งแบบรายวันและรายเดือน ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่ขับเที่ยวอยุธยาอย่างเดียว แต่ยังขับรถไปได้ทั่วไทยอีกด้วยนะเออ ลองมาใช้บริการดูสิ

แบบฟอร์มติดต่อกลับ


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 534,287